“ภูมิแพ้อากาศ” โรคภูมิแพ้

“ภูมิแพ้อากาศ” โรคภูมิแพ้ โรคแพ้อากาศหรือโรคโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ เนื่องจากร่างกายใช้จมูกเพื่อกรองฝุ่นและสิ่งแปลกปลอม รวมทั้งยังช่วยปรับอุณหภูมิอากาศก่อนเข้าสู่หลอดลมและระบบทางเดินหายใจ เมื่อเยื่อบุโพรงจมูกสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้และอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยๆ จนเกิดการระคายเคืองส่งผลให้โพรงจมูกอักเสบ มีอาการน้ำมูกไหล จาม คัดจมูก เป็นต้น

ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้อากาศจะมีการตอบสนองต่อกลิ่นหรืออากาศที่หายใจเข้าไปค่อนข้างสูงและไวกว่าคนปกติโดยเฉพาะกับเกสรดอกไม้ ไรฝุ่น ควัน ขนสัตว์ ซึ่งโรคภูมิแพ้ชนิดนี้ถือเป็นโรคภูมิแพ้ที่พบได้บ่อยที่สุด

อาการ
อาการของโรคภูมิแพ้อากาศที่พบบ่อย คือ น้ำมูกไหลโดยน้ำมูกมีสีใส จาม คันในจมูก คัดจมูก เสียงขึ้นจมูก หากมีอาการมากอาจหายใจติดขัดทางจมูกจนต้องอ้าปากหายใจ มีเสมหะไหลลงคอ กระแอมบ่อยเพราะมีเสมหะติดคอ แต่จะไม่มีอาการไข้ร่วมด้วยบางครั้งอาจมีอาการคันตา มีอาการเรื้อรังเป็นๆ หายๆ มักเป็นในช่วงเช้าและกลางคืน

นอกจากนี้ บางรายยังมีอาการปวดศีรษะ หูอื้อ เจ็บหูด้านหลัง รู้สึกมึนและอ่อนเพลียหลังตื่นนอน รวมถึงมีภาวะแทรกซ้อนจากโรค เช่นไซนัสอักเสบ นอนกรน และหูชั้นกลางอักเสบ

สาเหตุการเกิดโรคภูมิแพ้อากาศ
• กรรมพันธุ์ : พ่อแม่ เคยเป็นภูมิแพ้ หอบหืด จะมีความเสี่ยงในเด็กที่เกิดมาเป็นโรคนี้สูงขึ้นด้วย
• สภาพอากาศ : อยู่ในสถานที่ที่มีอากาศร้อนเกินไป หรือ หนาวเกินไป สถานที่ที่มีความชื้นสูง จะกระตุ้นให้ร่างกายเกิดอาการแพ้ หรือระคายเคืองได้
• สภาพแวดล้อม : สถานที่อยู่ใกล้กับผู้ที่สูบบุหรี่ ที่ที่มีสารเคมี ควัน มลพิษในอากาศอาจทำให้เกิดอาการของโรคได้

วิธีป้องกันการ “แพ้”
• หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละออง ควันรถยนต์ ควันบุหรี่ ควันธูป กลิ่นน้ำหอมแรงๆ สารเคมีต่างๆ เพื่อไม่ให้อาการภูมิแพ้กำเริบ
• ดูแลความสะอาดภายในบ้าน โดยเฉพาะห้องนอน ควรเปลี่ยนผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อลดการกักเก็บฝุ่น
• ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 30 นาที อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง จะให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง และทำให้อาการโรคภูมิแพ้ค่อยๆ ดีขึ้นด้วย
• ให้ทานอาหารที่มีประโยชน์ “คุณกินอะไรเข้าไป คุณก็ได้อย่างนั้น” ถ้าเรากินแต่สิ่งที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะโปรตีน ผัก และผลไม้ ก็จะช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกายได้ ถือเป็นการดูแลสุขภาพเบื้องต้น
• พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีการซ่อมแซม ฟื้นฟู และปรับสมดุล ในช่วงเวลานอนพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นไม่ควรเข้านอนดึกจนเกินไป
• พบแพทย์เฉพาะทาง เพื่อปรึกษาแพทย์ใช้ยาตามที่แพทย์วินิจฉัย และปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด